รีวิวหนัง The Last 10 Years สุดท้ายและตลอดไป

The Last 10 Years เล่าเรื่องราวของ มัตสึริ หญิงสาวธรรมดา ๆ ที่อายุย่างเข้าวัย 20 เพียงไม่กี่ปีเธอก็พบว่าตัวเองป่วยเป็นโรคที่ค่อนข้างหายาก และยังไม่มีแนวทางการรักษาที่ขาดหายได้ เธอรอดตายมาจากการรักษาที่แสนสาหัส แต่หลังจากนั้นเธอกลับถูกขีดเส้นตายให้กับชีวิตตัวเอง ด้วยการมีเวลาเหลืออีกไม่ถึง 10 ปีต่อจากนี้ไป ทำให้เธอไม่ตัดสินใจที่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน รวมทั้งไม่คิดที่จะเข้าใกล้กับความรักอีก แต่แนวคิดของเธอก็เปลี่ยนไป เมื่อเธอตัดสินใจกลับไปเมืองเก่าที่เคยอยู่เพื่อไปงานเลี้ยงรุ่น และได้พบกับ คาซูโตะ เพื่อนร่วมชั้นตอน ม.ต้น อีกครั้ง…

วิจารณ์หนัง Umma (2022)

หนังเรื่องนี้เป็นผลงานการกำกับและเขียนบทของ “ไอริส ชิม” นักสร้างหนังสาวเชื้อสายเกาหลี-อเมริกัน ที่แน่นอนว่าเธอได้หยิบเอากำพืชและวัฒนธรรมจากชาติกำเนิดของเธอเองมาถ่ายทอดออกมาเป็นความลี้ลับ ผ่านสายใยและสายสัมพันธ์ครอบครัวที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวเอเชีย โดยหนังได้ใส่กิมมิกที่เป็นความเชื่อและประเพณีของเกาหลีเข้ามาแบบผิวเผิน ไม่ได้มีการอธิบายขยายความอะไรมากนัก เพราะมัวไปเน้นแต่จุดขายความหลอนและสะพรึงกลัวที่ยังไม่ค่อยจะเวิร์กสักเท่าไหร่มากกว่า แน่นอนว่าการแสดงของ “แซนดร้า โอ” ไว้วางใจได้เลย เธอคือนักแสดงเจ้าบทบาทที่เราอาจจะไม่ค่อยเห็นเธอเล่นหนังสักเท่าไหร่ แต่ด้วยภาพลักษณ์ความเป็นนักแสดงเชื้อสายเอเชียของเธอ ที่จริง ๆ

หนังมาใหม่ The Unbearable Weight of Massive Talent ข้านี่แหละ นิค ‘ฟักกิ้ง’ เคจ

ได้เวลามาพิสูจน์ผลงานที่ใคร ๆ ก็ว่าเป็นการคืนฟอร์มอย่างสมศักดิ์ศรีของคุณป๋า “นิโคลัส เคจ” ที่กลับมายืนหยัดอยู่บนเส้นทางหนังสายกระแสอีกครั้ง กับหนังเรื่องล่าสุดของเขา “The Unbearable Weight of Massive Talent” ที่ตั้งชื่อไทยเอาไว้คูล ๆ ว่า “ข้านี่แหละ นิค ‘ฟักกิ้ง’ เคจ” ออกมาเป็นหนังตลกที่แสนคมคายและเสียดสีความเป็นตัวของเขาค่อนข้างสูง ประหนึ่งเป็นการสร้างหนังชีวประวัติของเขาโดยย่อมเรื่องหนึ่งก็ว่าได้ แล้วมันจะฮาแบบที่ฝรั่งอวยกันหรือเปล่านะ? แม้ว่าพล็อตเรื่องของ The Unbearable Weight of Massive Talent จะไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่สักเท่าไหร่ไหน ยังเดินทางเส้นทางสูตรสำเร็จแบบเดิม ๆ แต่เพราะได้พรสวรรค์จากทีมนักแสดงในเรื่องนี้ที่มีส่วนช่วยภาพรวมเอาไว้ได้เยอะ

ตัวอย่างหนัง A Perfect Pairing คู่นี้…คือเพอร์เฟค

โดยภาพรวมแล้ว A Perfect Pairing คู่นี้…คือเพอร์เฟค ก็เป็นได้แค่หนังโรแมนติกธรรมดา ๆ ทั่วไป ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นอะไรสักจุด สูตรสำเร็จของหนังก็ทำให้หนังขับเคลื่อนไปได้เรื่อย ๆ แต่ไม่ได้สร้างอะไรให้น่าจดจำสักเท่าไหร่ รสชาติที่ไม่ถึงกับอร่อยที่สุด แต่ก็พอทานได้ให้ผ่านไปอีกมื้อ ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่า ปี 2022 แล้วจะยังมีโอกาสได้ดูหนังรักเชย ๆ แบบนี้ได้อยู่ มันก็เป็นโมเมนต์ที่ดีอยู่เหมือนกัน ไม่ต้องคิดอะไรให้ซับซ้อน นี่แหละ…ความบันเทิงฟิน ๆ แบบเชยที่ยังไงก็ยังดูได้ต่อไป แม้ว่าจะฉากบ้านไร่แทบจะทั้งหมด แต่งานโปรดักชั่นของ A Perfect Pairing ก็ถือว่าทำออกมาได้น่าประทับใจอยู่ ทั้งภาพวิวทิวทัศน์และโลเคชั่นต่าง ๆ